ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงผาตั้ง

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงผาตั้ง เป็นศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแห่งหนึ่งตามโครงการพระราชดำริตั้งอยู่ที่ ดอยผาตั้ง อำเภอ เวียงแก่น จังหวัดเชียงราย ห่างจากตัวเมืองเชียงราย ประมาณ 50 กิโลเมตร เป็นศูนย์พัฒนา ทดลอง เกี่ยวกับการเกษตร รวมถึงพัฒนาอาชีพทางการเกษตรให้แก่ชาวบ้าน ซึ่งภายในศูนย์พัฒนามีการทดลองการปลูกพืชผักเมืองหนาว และดอกไม้ พันธุ์ไม้ เมืองหนาวนานาชนิด รวมถึงเป็นการจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ไม้ต่างๆ ที่ทดลองแล้วได้ผลให้แก่ชาวบ้าน ในโครงการพระราชดำริ

แต่เดิมพื้นที่ดังกล่าวเป็นภูเขาแห้งแล้งหรือเรียกว่า ภูเขาหัวโล้น ต่อมาชาวบ้านมีการปลูกฝิ่นและกัญชา ซึ่งเป็นพืชประเภทยาเสพติดให้โทษ ด้วยเหตุนี้ทำให้ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงเห็นว่าพื้นที่ของภูเขาแห่งนี้ต้องมีการปลูกพืชพรรณที่สามารถให้ประโยชน์แก่ชาวบ้าน รวมถึงปรับภูมิทัศน์ให้มีความอุดมสมบูรณ์ ทรงมีพระราชดำริให้ปรับปรุงพื้นที่บริเวณดอยผาตั้งเพื่อส่งเสริมและผลิตพืช ผลไม้ เมืองหนาว โดยเริ่มต้นทำอย่างสมบูรณ์เมื่อปี พ.ศ. 2547 เพื่อส่งเสริมและปรับปรุงความอุดมสมบูรณ์ของพืชพรรณและหน้าดิน ซึ่งภายในมีการปลูกผักเมืองหนาวภายในโรงเรือน มีจุดสาธิตวิธีและทดสอบการปลูกผักเมืองหนาว รวมถึงดอกไม้เมืองหนาว เช่น ทิวลิป และลิลลี่ รวมถึงการเลี้ยงสัตว์ได้แก่ กระต่าย แพะ ไก่กระดูกดำ และหมู เพื่อหล่อเลี้ยงชุมชน บนพื้นที่ของแปลงผักกว่า 50 ไร่ นอกจากชมแปลงเกษตรแล้ว ยังได้ชมวิถีชีวิตของชาวชุมชนในละแวกใกล้เคียงของชาวเผ่าม้ง, ชาวจีนยูนาน รวมถึงจุดชมวิวที่งดงามของดอยผาตั้ง ซึ่งสามารถมองเห็นภูมิทัศน์ที่สวยงาม จุดชมทะเลหมอกยามเช้า และชมวิวทิวเขาของชายแดน ไทย-ลาว บนความสูง 1,800 เมตร

ภูชี้ฟ้า จ.เชียงราย

ที่นี่เป็นอีกที่หนึ่งในดินแดนของภาคเหนือที่หลายคนมาสัมผัสมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน เป็นสถานที่ที่ต้องบอกเลยว่า ต้องเดินทางมาในช่วงฤดูหนาวถึงจะเหมาะกับที่นี่เป็นอย่างมาก ที่นี่เป็นอีกหนึ่งที่สัมผัสธรรมชาติที่ดีและสภาพอากาศที่หนาวเย็นใครที่ชอบหนาวเย็นแล้วละก่อน ที่นี่เป็นที่พิสูจน์ความหนาวได้เป็นอย่างดี ที่นี่มีแหล่งธรรมชาติที่ดูแล้วสดใสและงดงามมากทีสุดที่หนึ่งเหมือนกันที่ที่เราจะไปกันคือที่นี่เลย ภูชีฟ้า อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่อิงฝั่งขวาและป่าแม่งาวท้องที่บ้านร่มฟ้าทอง หมู่ที่ 9 และบ้านร่มฟ้าไทย หมู่ที่ 10 ตำบลปอ อำเภอเวียงแก่นจังหวัดเชียงราย อยู่ในเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์ เดินทางเข้าที่นี่ต้องบอกเลยว่า พบกับเหล่าพันธุ์ไม้และสัตว์ป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์อย่างมาก นิดพันธุ์ไม้ที่สำคัญได้แก่เสี้ยวดอกขาว ก่อเดือย ก่อก้างด้าง ก่อแดง ก่อน้ำ ก่อแป้น ก่อสีเสียด อบเชย กำยานหว้า เหมือด สารภี จำปาป่า จำปีป่า พันธุ์ไม้พื้นล่าง ได้แก่ เอื้องดิน หญ้าคาหญ้าแฝก หญ้าหางหนู หญ้าสามคน หญ้าไม้กวาด หญ้าเลา มอส เฟิร์นชนิดต่าง ๆ และพันธุ์สัตว์ชนิดต่างๆอีกด้วยไม่ว่าจะเป็นนกชนิดต่างๆ หยี่ยว นกกระสา นกอินทรี นกฮูก นกปรอด นกแขวก นกเค้าแมว นกแสก นกกระปูดนกเอี้ยง นกกางเขน นกขมิ้น และนกอื่นๆอีกมากมายเลล และ  สัตว์เลื้อยคลาน ที่พบเห็นได้แก่ งูชนิดต่างๆ ตะกวด ลิ่น ตุ๊กแกป่า กิ้งก่าบิน  ที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางภาคเหนือที่เหล่านักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศเป็นที่นิยมเป็นอย่างในช่วงฤดูหนาวที่แห่เข้ามาท่องเที่ยวกันอย่างมากมาย

วัดร่องขุ่น จ.เชียงราย

 

เดินทางกันต่อการขึ้นเหนือครั้งนี้ ต้องบอกเลยว่าต้องไปให้สุดสุดถึงหมายเลยทีเดียว ตอนนี้เดินทางไปยังดินแดนเหนือสุดของประเทศไทยนั้นที่จังหวัดเชียงราย เมื่อเดินทางต่อจากเชียงใหม่ก็ว่าตื่นเต้นว่าด้วยเป็นจังหวัดที่ใหญ่และเต็มไปด้วยเรื่องราวต่างอย่างมากมายเหลือเกิน เมื่อก้าวมาถึงเชียงรายก็ทำให้ตื่นเต้นหนักขึ้นไปอีกเดินทางแค่แปปเดียวเองไวเหมือนโกหก ที่นี่เชียงรายต้องบอกเลยว่า มีอารยธรรมที่ไม่แตกต่างที่อื่นๆเลย แต่ที่นี้เต็มด้วยธรรมชาติงดงามมากมาย เงียบสงบ วันนี้ต้องเดินทางไปที่นี่เลยถือว่าเป็น สถานที่สำคัญที่หนึ่งของเชียงราย นักท่องเที่ยวไปกันอย่างต่อเนื่อง  ที่เราจะไปนั้นคือ วัดร่องขุ่น อยู่ห่างจากตัวจังหวัด ประมาณ 65 กม. ที่ออกแบบและก่อสร้าง โดยอาจารย์ เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ เมื่อ พ.ศ. 2540 สร้างขึ้นด้วยแรงปณิธานที่มุ่งมั่นรังสรรค์งานศิลปะที่งดงามแปลกตาผสานวัฒนธรรมล้านนาอย่างกลมกลืนทั้งลวดลายปูนปั้นประดับกระจกและจิตรกรรรมฝาผนังขนาดใหญ่ ลักษณะเด่นของวัดคือพระอุโบสถถูกแต่งด้วยลวดลายกระจกสีเงินแวววาวเป็นเชิงชั้นลดหลั่นกันไปหน้าบันประดับด้วยพญานาคมีงวงงาดูแปลกตาน่าสนใจมากภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถเป็นฝีมือภาพเขียนของอาจารย์เอง โดย บนพื้นที่เดิมของวัด 3 ไร่และขยายออกเป็น 12 ไร่อุโบสถ ประดับกระจกสีเงินแวววาววิจิตรงดงามแปลกตา ภายในอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง โดยเฉพาะภาพพระพุทธองค์หลังพระประธานซึ่งเป็นภาพที่ใหญ่งดงามมาก   ที่นี่ วัดร่องขุ่น เป็นอีกหนึ่งที่ที่ใครได้มาท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงรายต้องมาที่นี่อย่างแน่นอนมาชมงานดีๆงานจิตรกรรมฝาผนังของอาจารย์ เฉลิมชัย อย่างแน่นอนครับ

ถนนนิมมานเหมินทร์ จ.เชียงใหม่

การเดินทางท่องเที่ยวในครั้งนี้ที่ภาคเหนือของประเทศไทย ตอนนี้เราอยู่ที่เมืองเชียงใหม่ เมืองใหญ่ที่มีชื่อเสียงทางด้านวัฒนธรรมประเพณีที่งดงามที่หนึ่งของประเทศเลย เมื่อตกเย็นมีถนนที่หนึ่งในเมืองเชียงใหม่ที่ต้องบอกว่า มีสีสันมากที่สุดเหมือนในกรุงเทพมหานครเลยก็ว่าได้ ถนนแห่งนี้ใครที่ได้ไปทางเชียงใหม่ ถนนเส้นนี้ไม่ควรพลาดเลยเหมาะกับการเดินเล่นแบบชิวๆสบายตามสภาพอากาศทางภาคเหนือมีอากาศที่ดีมากเลย ที่นี้คือ ถนนนิมมานเหมินทร์ อยู่ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ หากจะเปรียบเทียบกันแล้ว ถนนนิมมานเหมินทร์ก็คงคล้ายกับถนนของกรุงเทพฯอย่าง ถนนสีลม แม้ความยาวของเส้นถนนและธุรกิจที่สู้กันไม่ได้ แต่ความหรูหราและร้านค้าของถนนเส้นนี้ที่ต้องบอกว่าไม่ต่างกันเลย แต่ถนนเส้นนี้มีเพียงความยาวแค่ 1 กิโลเมตรกว่าเท่านั้นและเป็นที่กล่าวขวัญถึงเสมอเมื่อใครสักคนมาเยือนเชียงใหม่ ถึงขนาดว่าถ้าไม่ได้มาเดินช็อปปิ้งบนถนนเส้นนี้ ก็เหมือนว่าจะขาดอะไรไปสักอย่างที่จะทำให้การท่องเที่ยวในเมืองเชียงใหม่ไม่สมบูรณ์ การเดินเริ่มต้นที่นิมมานเหมินท์ซอย 1 อันเป็นเสมือนตัวแทนของถนนทั้งสายเนื่องจากเต็มไปด้วยร้านระดับเกรดเอ ที่มีการตกแต่งเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนใคร ไม่ว่าจะเป็นแกลลอรี่ อาทิ ร้านกองดี แกลลอรี่ หรือร้านขายของตกแต่งบ้านที่มีสินค้าหลากหลายประเภทมากที่สุดของเชียงใหม่ มีราคาตั้งแต่ไม่กี่ร้อยบาทไปจนถึงหลักหลายหมื่น ถนนนิมมานเหมินทร์เปิดทุกวันตั้งแต่เวลาเที่ยงไปจนถึงช่วงเย็น

สวนสัตว์เชียงใหม่ จ.เชียงใหม่

 

ต้องบอกเลยว่า ดินแดนทางเหนือของไทยนั้น มีเรื่องราวขนบธรรมเนียมประเพณีที่มีความงดงามและเรียบร้อยและมีสภาพอากาศที่ดีที่หนึ่งของไทย การได้เดินทางไปเมืองเหนือก็ได้นอกจากได้ท่องเที่ยวแล้วได้เรียนรู้ศึกษาเรี่องราวของภาคเหนืออย่างเต็มที่ ถ้าพูดถึงสวนสัตว์ละก่อนเด็กๆก็คงจะชอบกันละซิ ผู้ใหญ่อย่างเราก็พลอยมีความสุขที่ได้เห็นเด็กมีความสนุกสนานเพลิดเพลิน แน่นอนว่าที่เมืองเหนือที่นี้มีสวนสัตว์ที่ทำให้เราได้ชมสัตว์นานาพันธ์ที่ดีที่สุด ที่เราจะไปกันนะครับ ที่นี่เลย สวนสัตว์เชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่ที่ถนนห้วยแก้ว ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 5 กิโลเมตร ใกล้กับสวนรุกขชาติ เป็นสวนสัตว์ขนาดใหญ่มีสัตว์มากมายหลายชนิด ทั้งที่มีอยู่ในเมืองไทยและนำมาจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก มีหมีแพนด้า ฑูตสันถวไมตรีเชื่อมความสัมพันธ์ไทย-จีน หมีโคอาล่าจากออสเตรเลีย เชียงใหม่ ซู อควาเรียม ศูนย์แสดงสัตว์น้ำมีอุโมงค์ยาว 133 เมตร สวนนกเพนกวินและสวนนกฟิ้นช์ ซึ่งเป็นนกขนาดเล็ก มีสีสันสวยงามจนได้รับการขนานนามว่าเป็น อัญมณีบินได้ มีรถไฟฟ้ารางเดี่ยวพร้อมระบบปรับอากาศ บริการรับผู้โดยสารได้ครั้งละ 50-70 คน/ เที่ยว ระยะทางวิ่ง 2 กิโลเมตร จอดรับส่งผู้โดยสาร 4 สถานี เปิดทุกวัน เวลา 8.00-18.00 น. เปิดขายบัตรถึงเวลา 17.00 น. นอกจากนั้นยังมี ทัวร์ชมสัตว์ป่ายามค่ำคืน Twilight Zooโดยรถยนต์นำชมพฤติกรรมสัตว์ต่าง ๆ ที่ออกหากินยามกลางคืน พร้อมวิทยากรบรรยายให้ความรู้ ต้องบอกเลยว่า ที่นี่เป็นอีกที่หนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ที่ใครได้ไปท่องเที่ยวแล้วละก่อนก็ไม่ควรพลาดอย่างเด็ดขาด